รายงาน AI ของ Figma ปี 2026: AI เปลี่ยนวิธีทำงานร่วมกัน มากกว่าแค่ทำงานให้เร็วขึ้น
สรุปสั้น ๆ
รายงาน AI ปี 2026 ของ Figma ซึ่งรวบรวม 8,403 คำตอบและสัมภาษณ์เชิงลึก 639 ครั้งใน 10 ประเทศ พบว่า 41% บอกว่า AI เปลี่ยนวิธีทำงานร่วมกันของทีมอย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มจาก 7% เมื่อสองปีก่อน ดีไซเนอร์ทำงานฝั่งพัฒนา 41% และนักพัฒนาทำงานออกแบบ 60% ขณะที่ 90% มองว่างานออกแบบสำคัญเท่าเดิมหรือมากขึ้น
รายงานฉบับนี้มาจากไหน
Figma เปิดตัวรายงาน AI ประจำปีเป็นครั้งที่สาม ในช่วงงาน Config 2026 ที่ซานฟรานซิสโกเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2569 รายงานใช้ข้อมูลสามปี รวม 8,403 คำตอบจากแบบสำรวจ และการสัมภาษณ์เชิงคุณภาพ 639 ครั้ง กลุ่มตัวอย่างคือดีไซเนอร์ นักพัฒนา และโปรดักต์เมเนเจอร์
ปีนี้ครอบคลุม 10 ตลาด ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา ออสเตรเลีย บราซิล อินเดีย และเกาหลีใต้ โดยสามประเทศหลังเพิ่งถูกเพิ่มเข้ามา ไม่มีข้อมูลจากไทยหรือประเทศในอาเซียนโดยตรง จึงควรอ่านเป็นแนวโน้มของอุตสาหกรรมมากกว่าภาพตลาดไทย
ข้อสรุปหลักที่ Figma วางไว้ตั้งแต่ต้นคือ การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดไม่ได้อยู่ที่ความเร็วหรือปริมาณงาน แต่อยู่ที่วิธีที่ทีมทำงานร่วมกัน
เส้นแบ่งระหว่างดีไซน์กับโค้ดจางลง
41% ของผู้ตอบบอกว่า AI เปลี่ยนวิธีทำงานร่วมกันของทีมอย่างมีความหมาย เพิ่มขึ้นจากเพียง 7% เมื่อสองปีก่อน ตัวเลขที่สะท้อนเรื่องนี้ชัดที่สุดคือบทบาทที่ข้ามกันไปมา ดีไซเนอร์ที่ทำงานฝั่งพัฒนาเพิ่มเป็น 41% จาก 21% ในปี 2568 ส่วนนักพัฒนาที่ทำงานออกแบบเพิ่มเป็น 60% จาก 44%
พื้นที่ทำงานก็เปลี่ยนตาม 76% ทำงานอย่างน้อยครึ่งหนึ่งบน canvas และราว 6 ใน 10 ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น นักพัฒนา 1 ใน 5 บอกว่าอยากเริ่มโปรเจกต์บน canvas มากกว่าเริ่มจากโค้ด ตาม iTWire โปรดักต์เมเนเจอร์ 77% ก็ทำงานบน canvas อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลา
Figma ยังแบ่งรูปแบบการนำ AI มาใช้ในองค์กรเป็นสี่กลุ่ม ได้แก่ แบบรวมศูนย์ที่ทุกคนไปทางเดียวกัน (36%) แบบสั่งการจากบนลงล่าง (27%) แบบเริ่มจากพนักงานเอง (20%) และแบบที่เพิ่งเริ่มต้น (18%)
งานออกแบบไม่ได้สำคัญน้อยลง
ข้อกังวลที่ได้ยินบ่อยคือ AI จะทำให้งานออกแบบมีค่าน้อยลง แต่ผลสำรวจไปอีกทาง 90% บอกว่างานออกแบบสำคัญอย่างน้อยเท่าเดิมเมื่อเทียบกับก่อนยุค AI และเกือบ 6 ใน 10 บอกว่าสำคัญขึ้น iTWire รายงานว่าผู้ตอบในองค์กรที่ใช้ AI ก้าวหน้าที่สุดมีแนวโน้มมากกว่า 25% ที่จะบอกว่างานออกแบบสำคัญขึ้น
เหตุผลที่ฟังขึ้นคือ เมื่อใครก็สร้างหน้าจอหรือโค้ดได้เร็ว สิ่งที่หายากขึ้นคือการตัดสินใจว่าอะไรควรสร้าง อะไรใช้ง่าย และอะไรสอดคล้องกับแบรนด์ ซึ่งเป็นงานของการออกแบบโดยตรง
อีกมุมหนึ่งคือความโดดเด่น งานที่ AI สร้างได้เร็วมักออกมาคล้ายกัน เพราะเรียนรู้จากรูปแบบที่พบบ่อย แบรนด์ที่อยากแตกต่างจึงยังต้องการคนที่ตั้งโจทย์ เลือกทางที่ใช่ และปรับงานให้มีเอกลักษณ์ ข้อนี้เป็นการวิเคราะห์ของเรา ไม่ใช่ตัวเลขจากรายงาน
เทียบกับปีก่อนและเครื่องมือใหม่จาก Config
เมื่อเทียบกับรายงานปี 2025 ที่ TechRadar สรุปไว้ ภาพเปลี่ยนไปพอสมควร ปีนั้นสำรวจ 2,500 คน 78% บอกว่า AI ทำให้งานมีประสิทธิภาพขึ้น แต่น้อยกว่าครึ่งบอกว่า AI ทำให้ตัวเองทำงานเก่งขึ้น และดีไซเนอร์พอใจเครื่องมือ AI 69% เทียบกับนักพัฒนา 83% ปีนี้โฟกัสย้ายจากคำถามว่า “เร็วขึ้นไหม” มาเป็น “ทีมทำงานร่วมกันต่างไปอย่างไร”
ในงาน Config 2026 Figma ก็เปิดตัวเครื่องมือที่ตอบแนวโน้มนี้ เช่น Code layers ที่ให้ทำงานกับโค้ดบน canvas ได้โดยตรง โคลน repository และซิงก์การเปลี่ยนแปลงกลับไปที่โค้ด ฟีเจอร์ Motion สำหรับแอนิเมชัน ระบบ Shaders ที่ทำงานบน WebGPU และ agent skills ที่ให้ทีมเปลี่ยนงานซ้ำ ๆ เป็นทักษะที่ใช้ร่วมกันได้ ฟีเจอร์เหล่านี้ทยอยเปิดให้ใช้ต่างกันไป
ความหมายสำหรับธุรกิจไทย
ในมุมของเรา ข้อมูลนี้ตอบคำถามที่เจ้าของธุรกิจไทยถามบ่อยว่า “ใช้ AI ทำเว็บเองได้แล้ว ยังต้องจ้างดีไซเนอร์ไหม” คำตอบจากคนในอุตสาหกรรมคือ AI ทำให้สร้างได้เร็วขึ้น แต่การตัดสินใจเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้และความสม่ำเสมอของแบรนด์กลับมีน้ำหนักมากขึ้น
สำหรับทีมภายในองค์กร การที่ดีไซเนอร์กับนักพัฒนาทำงานข้ามกันได้มากขึ้นหมายความว่า design system ที่ชัดเจนยิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีชุดสี ตัวอักษร และคอมโพเนนต์ที่ตกลงกันไว้ งานที่ AI ช่วยสร้างจากหลายคนจะออกมาไม่เป็นเนื้อเดียวกัน
อีกข้อคือการเลือกรูปแบบการนำ AI มาใช้ องค์กรไทยหลายแห่งปล่อยให้พนักงานลองเครื่องมือกันเอง ซึ่งเริ่มได้เร็ว แต่ถ้าไม่มีแนวทางร่วมในระยะหนึ่ง ผลลัพธ์จะกระจัดกระจาย
ขั้นตอนที่ควรทำต่อจากนี้
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องมือทั้งหมดในคราวเดียว แต่ควรวางพื้นฐานให้ทีมใช้ AI แล้วได้งานที่สม่ำเสมอ
สำหรับธุรกิจที่จ้างเอเจนซี ควรถามว่าทีมใช้ AI ในขั้นตอนไหน และใครเป็นคนตัดสินใจด้านประสบการณ์ผู้ใช้และแบรนด์ คำตอบที่ชัดเจนเป็นสัญญาณว่าทีมใช้ AI เพื่อเร่งงาน ไม่ใช่ใช้แทนการคิด
- สร้างหรือทบทวน design system ให้มีคอมโพเนนต์และกติกาที่ AI และคนใช้ร่วมกันได้
- ให้ดีไซเนอร์และนักพัฒนาทำงานบนไฟล์เดียวกันตั้งแต่ต้นโปรเจกต์
- กำหนดว่างานไหนใช้ AI ร่างได้ และงานไหนต้องผ่านการตัดสินใจของดีไซเนอร์
- ทดลองฟีเจอร์ใหม่กับโปรเจกต์เล็กก่อน แล้ววัดเวลาและคุณภาพเทียบกับวิธีเดิม
สิ่งที่ควรจำ
- 41% บอกว่า AI เปลี่ยนการทำงานร่วมกันของทีม เพิ่มจาก 7% เมื่อสองปีก่อน
- ดีไซเนอร์ทำงานพัฒนา 41% และนักพัฒนาทำงานออกแบบ 60%
- 90% มองว่างานออกแบบสำคัญเท่าเดิมหรือมากขึ้นในยุค AI
- รายงานไม่มีข้อมูลจากไทยโดยตรง ควรอ่านเป็นแนวโน้มอุตสาหกรรม
- design system ที่ชัดเจนช่วยให้งานที่ AI ช่วยสร้างออกมาสม่ำเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
รายงานนี้สำรวจใครบ้าง
ดีไซเนอร์ นักพัฒนา และโปรดักต์เมเนเจอร์ใน 10 ตลาด รวม 8,403 คำตอบจากข้อมูลสามปี และสัมภาษณ์เชิงลึก 639 ครั้ง
AI ทำให้งานออกแบบมีค่าน้อยลงไหม
ผลสำรวจไม่ได้ชี้แบบนั้น 90% บอกว่างานออกแบบสำคัญอย่างน้อยเท่าเดิม และเกือบ 6 ใน 10 บอกว่าสำคัญขึ้น
ทำไมดีไซเนอร์ถึงเขียนโค้ดมากขึ้น
เครื่องมือ AI และฟีเจอร์อย่าง Code layers ทำให้ดีไซเนอร์ทำงานกับโค้ดได้โดยตรง สัดส่วนดีไซเนอร์ที่ทำงานฝั่งพัฒนาจึงเพิ่มจาก 21% เป็น 41% ในหนึ่งปี
มีข้อมูลประเทศไทยในรายงานไหม
ไม่มี รายงานครอบคลุม 10 ตลาด เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้ จึงควรใช้เป็นสัญญาณแนวโน้มมากกว่าตัวเลขตลาดไทย
แหล่งอ้างอิง
- Figma’s 2026 AI report: Can AI help us collaborate better? · Figma
- At Config 2026, Figma introduces the intelligent canvas for full stack creation · iTWire · 2026-06-26
- Figma’s latest survey shows AI is not yet living up to its over-hyped promise · TechRadar · 2025-04-28
บทความนี้เขียนใหม่และวิเคราะห์โดยทีม The ADDs ตัวเลขทั้งหมดมาจากแหล่งข้างต้น
อยากให้ทีมช่วยเรื่องนี้?
ออกแบบเว็บไซต์ · ปรึกษาครั้งแรกฟรี


