อีคอมเมิร์ซไทยโต 51.8%: โซเชียลคอมเมิร์ซ ครีเอเตอร์ และความเสี่ยง PDPA ที่ผู้ขายต้องไม่มองข้าม
สรุปสั้น ๆ
รายงานของ Momentum Works ระบุว่ามูลค่าซื้อขายอีคอมเมิร์ซไทยปี 2568 โต 51.8% สูงสุดในอาเซียน แตะราว 35.5 พันล้านดอลลาร์ TikTok Shop ในไทยมีผู้ขายกว่า 5 ล้านรายและครีเอเตอร์ที่ขายจริงกว่า 3 ล้านคน แต่การขายผ่านคอนเทนต์ต้องมาพร้อมการดูแลข้อมูลลูกค้า เพราะ สคส. สั่งปรับร้านค้าที่ทำข้อมูลรั่วแล้วสูงสุด 7 ล้านบาท
ตลาดที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาค
DealStreetAsia รายงานผลวิเคราะห์ของ Momentum Works เมื่อเดือนเมษายน 2569 ว่ามูลค่าซื้อขายสินค้า (GMV) บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปี 2568 อยู่ที่ราว 157.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นตลาดที่โตเร็วที่สุดที่ 51.8% ตามด้วยมาเลเซียที่ 47.6%
Thailand Business News ซึ่งอ้างรายงานเดียวกันระบุว่า GMV ของไทยปี 2568 อยู่ที่ราว 35.5 พันล้านดอลลาร์ Shopee ยังเป็นผู้นำตลาด ขณะที่ TikTok Shop ถูกอธิบายว่ากำลังไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว และ Lazada หันไปเน้นกลยุทธ์ด้านความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการ
ตัวเลขการเติบโตนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไทยไม่ได้คึกคัก สะท้อนว่าผู้บริโภคย้ายการซื้อมาออนไลน์มากขึ้นเพื่อหาราคาและความสะดวก
จากการค้นหาสู่การค้นพบ: บทบาทของครีเอเตอร์
ไทยรัฐฉบับภาษาอังกฤษรายงานเมื่อ 1 เมษายน 2569 โดยอ้างข้อมูลจาก TikTok Shop และ Accenture ว่า TikTok Shop ในไทยมีผู้ขายกว่า 5 ล้านราย และมีครีเอเตอร์ที่ขายสินค้าอยู่จริงกว่า 3 ล้านคน รายงานเดียวกันคาดว่าเศรษฐกิจครีเอเตอร์ของไทยจะมีมูลค่าราว 172 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2573
ตัวแทนฝ่ายนโยบายสาธารณะของ TikTok อธิบายว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการค้นหาสินค้าไปสู่การค้นพบสินค้าผ่านคอนเทนต์ หรือที่เรียกว่า Discovery Commerce และข้อมูลระดับเอเชียแปซิฟิกระบุว่า 76% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มลงมือซื้อหรือทำอะไรต่อหลังได้เห็นคอนเทนต์ที่น่าเชื่อถือ
ควรอ่านตัวเลขเหล่านี้อย่างระมัดระวัง เพราะเป็นข้อมูลจากฝั่งแพลตฟอร์มเอง แต่ทิศทางสอดคล้องกับตัวเลขงบโฆษณาที่ไหลไปยังโซเชียลและอีคอมเมิร์ซในปีนี้
ด้านที่ร้านค้ามักลืม: ข้อมูลลูกค้า
ยิ่งขายได้มาก ร้านค้าก็ยิ่งถือข้อมูลลูกค้ามาก ทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และประวัติการซื้อ ตามที่ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อ 1 สิงหาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ประกาศคำสั่งปรับทางปกครอง 8 คำสั่งใน 5 กรณี ทำให้ยอดค่าปรับสะสมตั้งแต่บังคับใช้ PDPA เกิน 21.5 ล้านบาท
หลายกรณีเกี่ยวกับร้านค้าออนไลน์โดยตรง ผู้ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกปรับ 7 ล้านบาท ผู้ขายเครื่องสำอางถูกปรับ 2.5 ล้านบาท และกรณีผู้ขายของเล่นสะสม ผู้ควบคุมข้อมูลถูกปรับ 500,000 บาท ขณะที่ผู้ประมวลผลข้อมูลที่ดูแลระบบให้ถูกปรับถึง 3 ล้านบาท
ประเด็นที่ต้องจำคือผู้ให้บริการระบบหรือผู้รับจ้างทำเว็บไซต์ก็รับผิดได้ และอาจถูกปรับมากกว่าเจ้าของร้านเสียอีก ข้อมูลรั่วจากร้านค้าหลายกรณียังถูกนำไปใช้ต่อในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งทำลายความเชื่อใจของลูกค้าโดยตรง
ความหมายสำหรับธุรกิจไทย
การขายบนแพลตฟอร์มมีข้อดีเรื่องการเข้าถึงคน แต่แพลตฟอร์มเป็นเจ้าของความสัมพันธ์กับลูกค้า ร้านค้าที่อยากเติบโตอย่างมั่นคงควรมีช่องทางของตัวเองควบคู่ เช่น เว็บไซต์ที่ซื้อได้จริง หรือ LINE Official Account ที่ใช้ดูแลลูกค้าเก่าและกระตุ้นการซื้อซ้ำ
เมื่อเริ่มเก็บข้อมูลลูกค้าเอง ความรับผิดชอบตาม PDPA ก็ตามมาด้วย ร้านค้าขนาดเล็กหลายรายใช้สเปรดชีต แชร์รหัสผ่านกันในทีม หรือจ้างฟรีแลนซ์ทำเว็บโดยไม่มีสัญญาเรื่องข้อมูล ซึ่งเป็นจุดอ่อนแบบเดียวกับที่เห็นในคำสั่งปรับ
ความน่าเชื่อถือจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ร้านที่บอกชัดว่าเก็บข้อมูลอะไร ใช้ทำอะไร และดูแลอย่างไร มีโอกาสได้ลูกค้าประจำมากกว่าร้านที่ขายเก่งแต่ปล่อยข้อมูลรั่ว
ขั้นตอนที่ทำได้ทันที
รายการด้านล่างไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย แต่เป็นจุดตั้งต้นที่ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ทำได้เองก่อนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากมีผู้รับจ้างดูแลเว็บไซต์หรือระบบลูกค้า ขอให้เขาอธิบายว่าข้อมูลถูกจัดเก็บ สำรอง และป้องกันอย่างไร คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรสั้น ๆ วันนี้ มีต้นทุนต่ำกว่าการต้องอธิบายเรื่องข้อมูลรั่วกับลูกค้าและหน่วยงานกำกับในภายหลังมาก
- ทำรายการว่าเก็บข้อมูลลูกค้าอะไร เก็บไว้ที่ไหน และใครเข้าถึงได้บ้าง
- มีนโยบายความเป็นส่วนตัวและการขอความยินยอมที่ชัดเจนบนเว็บไซต์และฟอร์มทุกจุด
- ทำสัญญาเรื่องการประมวลผลข้อมูลกับผู้รับจ้างทำเว็บ ระบบหลังบ้าน และบริษัทขนส่ง
- เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นในบัญชีร้านค้าและแอดมิน เลิกแชร์รหัสผ่านกันในแชต
- เตรียมขั้นตอนรับมือข้อมูลรั่ว รวมถึงการแจ้ง สคส. ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
สิ่งที่ควรจำ
- GMV อีคอมเมิร์ซไทยปี 2568 ราว 35.5 พันล้านดอลลาร์ โต 51.8% สูงสุดในภูมิภาค
- TikTok Shop ในไทยมีผู้ขายกว่า 5 ล้านรายและครีเอเตอร์ที่ขายจริงกว่า 3 ล้านคน
- สคส. สั่งปรับผู้ขายคอมพิวเตอร์ 7 ล้านบาท และผู้ประมวลผลข้อมูลรายหนึ่ง 3 ล้านบาท
- ผู้รับจ้างทำระบบรับผิดตาม PDPA ได้ ไม่ใช่แค่เจ้าของร้าน
- ช่องทางของตัวเองช่วยรักษาลูกค้า แต่ต้องมาพร้อมการดูแลข้อมูลที่ดี
คำถามที่พบบ่อย
อีคอมเมิร์ซไทยปี 2568 โตเท่าไร
ตามรายงานของ Momentum Works ที่ DealStreetAsia อ้างถึง GMV อีคอมเมิร์ซไทยโต 51.8% สูงสุดในอาเซียน และ Thailand Business News ระบุมูลค่าราว 35.5 พันล้านดอลลาร์
TikTok Shop ในไทยมีผู้ขายกี่ราย
ข้อมูลจาก TikTok Shop และ Accenture ที่ไทยรัฐรายงานเมื่อเมษายน 2569 ระบุว่ามีผู้ขายกว่า 5 ล้านราย และครีเอเตอร์ที่ขายอยู่จริงกว่า 3 ล้านคน
ร้านค้าออนไลน์ถูกปรับตาม PDPA มาแล้วหรือยัง
แล้ว สคส. ประกาศเมื่อสิงหาคม 2568 ว่าสั่งปรับผู้ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 7 ล้านบาท ผู้ขายเครื่องสำอาง 2.5 ล้านบาท และผู้ขายของเล่นสะสมกับผู้ประมวลผลข้อมูลรวม 3.5 ล้านบาท
ถ้าจ้างคนอื่นทำเว็บ เจ้าของร้านยังต้องรับผิดชอบไหม
ต้อง และผู้รับจ้างก็อาจรับผิดด้วย ในกรณีผู้ขายของเล่นสะสม ผู้ประมวลผลข้อมูลถูกปรับมากกว่าเจ้าของร้าน จึงควรมีสัญญาเรื่องข้อมูลที่ชัดเจน
ร้านที่ขายบนแพลตฟอร์มอยู่แล้วจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป แต่การมีเว็บไซต์หรือ LINE OA ช่วยให้ร้านเป็นเจ้าของความสัมพันธ์กับลูกค้าเอง ลดการพึ่งพาค่าธรรมเนียมและกฎของแพลตฟอร์ม
แหล่งอ้างอิง
- SE Asia’s e-commerce GMV hit $157.6b in 2025: Momentum Works · DealStreetAsia · 2026-04-14
- Thailand’s e-commerce market surged by 51.8% in 2025 · Thailand Business News · 2026-04-18
- Over 5 Million Thai Creators on TikTok Shop Signal Economic Value to Reach 5 Trillion Baht in Four Years · Thairath English · 2026-04-01
- สั่งปรับปกครองรัฐ-เอกชน ปล่อยข้อมูลรั่วไหล 21.5 ล้านบาท · ฐานเศรษฐกิจ (Thansettakij) · 2025-08-01
บทความนี้เขียนใหม่และวิเคราะห์โดยทีม The ADDs ตัวเลขทั้งหมดมาจากแหล่งข้างต้น
อยากให้ทีมช่วยเรื่องนี้?
พัฒนาเว็บไซต์ · ปรึกษาครั้งแรกฟรี


